English
ภาษาไทย
อาการปวดหัวตุ๊บ ๆ คล้ายมีชีพจรเต้นอยู่ในศีรษะ เป็นอาการที่สร้างความรำคาญและรบกวนการใช้ชีวิตได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นบ่อยหรือปวดจนทำงานต่อไม่ไหว หลายคนอาจนึกถึงไมเกรนเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วอาการปวดลักษณะนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ การสังเกตตำแหน่ง ความรุนแรง ระยะเวลาที่ปวด และอาการร่วม จึงมีส่วนช่วยให้แยกสาเหตุเบื้องต้นได้ดีขึ้น
1. ไมเกรน
ไมเกรนเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการ ปวดหัวตุ๊บ ๆ โดยอาจปวดข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มีความรุนแรงตั้งแต่ปานกลางถึงมาก และมักปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย
บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง หรือแพ้เสียงร่วมด้วย ขณะที่ผู้ป่วยไมเกรนชนิดมีออร่าอาจเห็นแสงวาบ จุดแสง หรือเส้นซิกแซกก่อนหรือระหว่างมีอาการปวด
2. ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
วันที่ทำงานหนัก เครียดสะสม หรือนอนหลับไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ แม้อาการปวดศีรษะจากความเครียดมักมีลักษณะตื้อหรือเหมือนถูกบีบรัด แต่บางคนอาจรู้สึกถึงการเต้นหรือปวดเป็นจังหวะได้เช่นกัน
หากเกิดหลังนอนน้อยหรือทำงานติดต่อกันนาน ๆ และดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน อาจสัมพันธ์กับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
3. คาเฟอีนและการอดอาหาร
การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเป็นประจำ แล้วลดหรือหยุดกะทันหัน สามารถกระตุ้นอาการปวดศีรษะได้ ขณะเดียวกัน การอดอาหารหรือกินอาหารไม่ตรงเวลาก็เป็นตัวกระตุ้นไมเกรนในบางคน ทำให้เกิดอาการ ปวดหัวตุ๊บ ๆ ตามมา
การสังเกตว่าอาการเกิดช่วงเวลาใดและสัมพันธ์กับอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดไหน อาจช่วยค้นหาปัจจัยกระตุ้นของตัวเองได้ง่ายขึ้น
4. อาการปวดศีรษะชนิดอื่น
อาการปวดเป็นจังหวะไม่ได้เกิดจากไมเกรนเพียงอย่างเดียว ปัญหาสุขภาพและอาการปวดศีรษะชนิดอื่นก็สามารถทำให้รู้สึก ปวดหัวตุ๊บ ๆ ได้ ดังนั้น หากอาการเกิดขึ้นใหม่ มีรูปแบบเปลี่ยนไป หรือเป็นถี่ขึ้น ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเองจากลักษณะการปวดเพียงอย่างเดียว
ปวดหัวตุ๊บ ๆ แบบไหนควรรีบพบแพทย์?
ควรรีบรับการประเมินหากปวดศีรษะรุนแรงและเฉียบพลันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีอาการร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด สับสน หมดสติ มองเห็นผิดปกติ มีไข้ร่วมกับคอแข็ง หรือปวดหลังได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ
อาการปวดหัวตุ๊บ ๆ อาจเกิดจากไมเกรน ความเครียด การพักผ่อนน้อย คาเฟอีน หรือปัจจัยอื่นได้ หากเป็นเพียงครั้งคราว การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำ และสังเกตสิ่งกระตุ้นอาจช่วยให้อาการดีขึ้น แต่หากปวดบ่อย รุนแรงขึ้น หรือเริ่มกระทบการทำงานและชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและเลือกแนวทางรักษาให้ตรงจุด