ปวดหัวข้างเดียวบ่อย ๆ เกิดจากอะไร? อาการนี้บอกโรคอะไรได้บ้าง

คุณกำลังเผชิญกับ อาการปวดหัวข้างเดียว อยู่บ่อย ๆ ไหม? ไม่ว่าจะเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา อาการแบบนี้อาจดูไม่ร้ายแรงในช่วงแรก แต่หากเกิดซ้ำบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น หรือรุนแรงขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างที่คุณคาดไม่ถึง โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ หรือคนทำงานที่มีความเครียดสูง ใช้สายตาหนัก และพักผ่อนไม่เพียงพอ การ ปวดหัวข้างเดียว อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ มาทำความเข้าใจกันว่า อาการปวดหัวข้างเดียว บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของคุณได้บ้าง และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ค่ะ

อาการ ปวดหัวข้างเดียว” หมายถึงอาการปวดที่เกิดขึ้นเฉพาะด้านซ้ายหรือขวาของศีรษะ ซึ่งอาจเป็นแบบจี๊ด ๆ ปวดตุบ ๆ ร้าว หรือหนัก ๆ อย่างต่อเนื่องก็ได้ อาการนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยเล็ก ๆ อย่างความเครียด ไปจนถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทหรือหลอดเลือดสมองที่ร้ายแรง
ปวดหัวข้างเดียวบ่อย ๆ เกิดจากอะไร?

1. ไมเกรน (Migraine) สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ ปวดหัวข้างเดียว โดยเฉพาะ ปวดหัวข้างซ้าย หรือขวาสลับกัน

  • ลักษณะอาการคือ ปวดตุบ ๆ ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า หรือไวต่อแสงและเสียง
  • มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง หรือความไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า อาหารบางชนิด ความเครียด หรือการอดนอน

2. ความเครียดและกล้ามเนื้อตึง (Tension Headache) มักปวดหัวข้างเดียวหรือรอบศีรษะ เหมือนถูกบีบรัด

  • เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอหดเกร็ง มักสัมพันธ์กับความเครียด การนั่งทำงานนาน ๆ หรือท่าทางผิดปกติ

3. ไซนัสอักเสบ (Sinusitis) หากโพรงไซนัสด้านใดด้านหนึ่งอักเสบ จะทำให้ ปวดหัวข้างเดียว บริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม หรือรอบดวงตา

  • อาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น หรือปวดเวลาขยับศีรษะ

4. ปัญหาทางสายตาหรือคอ เช่น สายตาสั้นไม่ได้ใส่แว่น หรือกระดูกคอเสื่อม

  • ทำให้เกิดความเครียดสะสมที่กล้ามเนื้อศีรษะและคอ นำไปสู่ อาการปวดหัวข้างเดียว

5. คลัสเตอร์เฮดแอค (Cluster Headache) อาการปวดหัวที่รุนแรงมากแบบเฉียบพลัน ปวดบริเวณเบ้าตา หรือขมับด้านใดด้านหนึ่ง

  • เกิดเป็นช่วง ๆ หรือเป็นรอบเวลา เช่น เวลาเดิมทุกวัน

6. โรคหลอดเลือดสมองหรือเนื้องอกสมอง (ต้องระวัง) 

  • หากมีอาการ ปวดหัวข้างเดียวร่วมกับเวียนหัว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมองเห็นผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • แม้จะพบไม่บ่อยในคนทั่วไป แต่ก็เป็นสาเหตุที่อันตรายและต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์?
- ปวดหัวข้างเดียว บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดต่อเนื่องหลายวัน
- ใช้ยาแก้ปวดแล้ว อาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- มีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แขนขาชา ตาพร่า พูดไม่ชัด หรือซึม
- ปวดหัวมากจนรบกวนชีวิตประจำวันหรือทำงานไม่ได้
- อย่ารอให้ปวดจนทนไม่ไหว เพราะบางครั้งสาเหตุอาจรุนแรงกว่าที่คิด

5 วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
1. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก
2. ลดความเครียด ออกกำลังกายเบา ๆ หรือฝึกสมาธิ
3. หลีกเลี่ยงอาหารหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรน เช่น กลิ่นแรง แอลกอฮอล์ หรือช็อกโกแลต
4. พักสายตาและเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หากนั่งหน้าจอนาน
5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ และอย่าข้ามมื้ออาหาร

อาการปวดหัวข้างเดียว โดยเฉพาะ ปวดหัวข้างซ้าย หรือขวาบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของหลายโรค ทั้งไมเกรน กล้ามเนื้อตึง ไซนัสอักเสบ หรือแม้แต่ภาวะทางสมองที่ร้ายแรง การสังเกตอาการ และปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของคุณ หากคุณกำลังเผชิญกับ อาการปวดหัวข้างเดียวเรื้อรัง หรือไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร H8 Clinic พร้อมให้การดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางระบบประสาท พร้อมวินิจฉัยแบบละเอียด และวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การฉีดป้องกันไมเกรน หรือคำแนะนำในการปรับไลฟ์สไตล์ค่ะ
 

Thai