ปวดหัวข้างเดียวในวัยทำงาน สาเหตุที่หลายคนมองข้าม

มนุษย์ออฟฟิศหลายคนน่าจะเคยเจอกับอาการอยู่ๆ ก็รู้สึกตื้อหรือปวดจี๊ดขึ้นมาที่ศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง จนแทบไม่มีสมาธิลุยงานต่ออาการปวดหัวข้างเดียว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยจนบางครั้งเราก็เลือกที่จะมองข้ามไป แล้วแก้ปัญหาด้วยการกินยาแก้ปวดให้ผ่านพ้นไปทีละวัน แต่รู้ไหมคะว่าอาการปวดแบบนี้ไม่ได้ล็อกมงว่าต้องเป็นไมเกรนเสมอไป แต่อาจมาจากพฤติกรรมการทำงานที่เราทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวค่ะ

สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียว
เมื่อพูดถึงการปวดหัวข้างเดียว สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงมักจะเป็นโรคไมเกรน แต่สำหรับวัยทำงานแล้ว สาเหตุอันดับต้นๆ กลับมาจากภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ค่ะ การนั่งทำงานในท่าเดิมติดต่อกันหลายชั่วโมง การก้มหน้ามองจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ระดับสายตา พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ต้องแบกรับน้ำหนักและเกิดการเกร็งตัวสะสม เมื่อกล้ามเนื้อตึงตัวมากๆ ก็จะส่งกระแสความปวดร้าวขึ้นไปที่เส้นประสาทบริเวณศีรษะ ทำให้เกิดอาการปวดตุ๊บๆ หรือปวดตื้อที่ขมับและรอบดวงตาข้างใดข้างหนึ่งคล้ายกับไมเกรนได้เช่นกัน

ความเครียดและสายตาก็เป็นตัวกระตุ้นที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากเรื่องของกล้ามเนื้อแล้ว ความเครียดจากการทำงานและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น ยิ่งถ้าใครต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ท่ามกลางแสงไฟที่จ้าเกินไป หรือมีปัญหาสายตาที่ยังไม่ได้แก้ไข ดวงตาของเราจะต้องทำงานหนักและเพ่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเพ่งสายตานานๆ นี้สามารถกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและศีรษะหดตัวจนเกิดอาการ ปวดหัวข้างเดียว ได้อย่างง่ายดาย

ปรับพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อบอกลาอาการปวด
การดูแลตัวเองในเบื้องต้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เริ่มจากการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ปรับความสูงของเก้าอี้และโต๊ะให้พอดี ไม่นั่งห่อไหล่หรือก้มคอ และควรลุกขึ้นมาขยับร่างกายเพื่อยืดเส้นยืดสายทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการสะสมความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ที่สำคัญคือการดื่มน้ำให้เพียงพอระหว่างวัน เพราะภาวะขาดน้ำก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานติดขัดและกระตุ้นให้ปวดหัวได้ค่ะ

หากลองปรับพฤติกรรมแล้ว แต่อาการปวดหัวข้างเดียว ยังคงเกิดขึ้นถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ตาพร่ามัว คลื่นไส้อาเจียน การเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างตรงจุดจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้เราสามารถสนุกกับการทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องทนทรมานกับความปวดอีกต่อไปค่ะ
 

Thai